สุขสันต์วันเกิด..
คิดว่าหลายคนคงเคยเจอ "วันที่ไม่ใช่วันของเรา"
"Today.. It's not my day"
หลายครั้งมากที่เคยเจอ ผู้โดยสารคนเนี้ย เค้าสั่ง special meal แล้วไม่ได้ ต่อไปมันก็จะเป็นผู้โดยสารคนเดิมเนี่ยแหละที่หูฟังเสีย แล้วก็จะเป็นผู้โดยสารคนเดิมนี้อีกเช่นกันที่ IFE ไม่ทำงาน (In-Flight Entertainment) ซึ่งแน่นอนว่าเค้าก็ต้องหงุดหงิด ผิดหวัง รมณ์เสีย ประมาณว่าไม่ได้ดั่งเจ้ไรงี้
แล้วจะทำอะไรได้ล่ะครับ ในเมื่อ "Today, it's not your day.."
อย่างเราที่เจอกับตัวเองบ่อยๆเลยคือ "แลนด์มาจากไฟลท์ตอนเช้าและจะวิ่งไปสนามบินเพื่อจับไฟลท์ กทม. ตอนเช้ากลับบ้าน"
ถ้าเป็นวันอื่นๆเนี่ย ไม่มีหรอกครับผู้โดยสารที่ต้องนั่งรถเข็น จอดเบย์ใกล้ตลอด แต่ถ้าเป็นวันที่จะกลับบ้านทีไร ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเกิดต้องมีผู้โดยสารที่ขอรถเข็นอย่างน้อยสองสามคน (ซึ่งที่โดฮาเนี่ยเวลาเครื่องจอดมันจะไม่ต่อกับตัว terminal จะต้องมีบันไดมาต่อกับประตูเครื่อง แล้วผู้โดยสารเดินลงไปขึ้นรถบัสอีกที แล้วยิ่งถ้าเป็นผู้โดยสารรถเข็นแอร์จะยิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่ เพราะต้องมีรถแยกมารับต่างหาก คือต้องเสียเวลาเพิ่มอีกสองหน่อยประมาณนั้น)
ไม่พอแค่นั้นนะครับ ยังต้องไปจอดเบย์ที่ไกลโพ้นนนนนนนน ต้องนั่งรถต่อมาอีกสิบห้านาทีถ้าวันนั้นโชคดีคนขับรถเกิดปวดฉี่อยากเข้าห้องน้ำอะนะ(ประมาณว่าจะขับเร็วหน่อย 50 km/hrs) เพราะปกติเนี่ยเค้าคงคิดว่าเค้าขับเรืออยู่มั้ง ขับอืดมากกกกก ประหนึ่งว่าชมทัศนียภาพริมฝั่งเเม่น้ำโขงนั่นแหละ
แต่สุดท้ายเราก็ยังไปทัน.. ฮ่าๆๆ ถือว่าก็ยังพอมีวาสนากับเค้าอยู่บ้าง ฮ่าๆๆๆๆๆ
ที่อยู่ๆมาพูดเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีว่าตอนนี้อยู่ดาก้า(บังคลาเทศ) มาถึงโรงแรมเมื่อตอนตีสี่ของวันนี้ (ตีห้าเมืองไทย)
ได้ห้องเสร็จสรรพก็แยกย้ายกันไปนอน แล้วที่นี่น่ะ internet free ครับ หึหึ สบายเราเลยดิ กะว่ามาถึงต่อเน็ตปุ๊บ โทรปลุกที่รักปั๊บ(เพื่อบอกว่าถึงดาก้าโดยสวัสดิภาพ) เปิดกล้องคุยกันเล็กน้อยแล้วค่อยเข้านอน แต่แล้วเรื่องมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น..
 โรงแรมดูดี
 ล็อบบี้มีสไตล์
ถึงห้องปุ๊บเราคิดได้ว่า "เออ.. เพื่อไม่ให้ขาดตอน เดินลงไปยืม adaptor มาก่อนเลยดีกว่า" จริงๆจะโทรไปก็ได้ แต่ไม่อยากโทรเพราะเกรงใจเค้า มันเพิ่งตีสี่กว่าๆ จะโทรไปหาเค้าด้วยเรื่องไร้สาระว่า "ขอ adaptor หน่อยค่าาาา" มันก็ใช่เรื่องช่ายมะ เพราะเราไม่เตรียมตัวมาเอง
เดินลงไปถึง Front ปรากฏว่าไม่มีครับ เค้าก็ต้องโทรไปที่ House keeping อยู่ดี.. เราก็คิดในใจว่า "รู้งี้กูโทรไปซะแต่แรกก็ดีละ" ฮ่าๆๆๆ
เดินกลับมาถึงห้องก็จัดการเปิดคอมต่อเน็ตก่อนเลย สรุปว่า "ไม่ติดครับ.."
เราก็แม่งงงง เป็นไรอีกวะเนี่ย โชคดีที่คนไทยในไฟลท์โทรมาหาเราพอดีให้เรา add facebook เค้า เราก็เลยถามเค้าว่าเน็ตเค้ามันโอเคมั้ย เค้าบอกว่าเร็วมากเลยยยยย กรำของ(กู).. ทำไมของเราต่อไม่ได้ฟระ (ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงตรุ๊ดุง.. ประมาณว่าเค้าแชทเอ็มอยู่ ฮ่าๆๆๆ ทำให้เราเจ็บใจมากขึ้นไปอีก ของกรูไม่ติดไรงี้ ฮ่าๆๆ)
เค้าก็น่ารักมาก พยายามอธิบายให้เราเข้าไปแก้ในคอมตัวเอง บอกมาเป็น step แต่เราเองแหละที่หาไม่เจอ เลยบอกเค้าว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราลองมั่วต่อเอง ซึ่งจังหวะนั้นพนักงานเอา adaptor มาให้พอดี เลยลองถามเค้าดูเผื่อเค้าจะรู้เรื่อง สุดท้ายก็ช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน..
เราก็นั่งเพียรพยายามต่อไป จนรู้สึกว่า "อะไรวะเนี่ย จะต้องแก้ตรงไหนล่ะ แม่คะ.. ช่วยลูกด้วย ขอให้ลูกต่อเน็ตติดที.." พลางยกมือไหว้ สาธุ... ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
 DND
จากนั้นมานั่งหาที่แก้ต่อ สุดท้ายก็เจอจนได้ เล่นเน็ตกับเค้าได้บ้างละ เย้ๆๆ (แล้วเน็ตไวมากจริง)
เลยหันมาจะเอาสายชาร์จมาต่อกับคอม ซึ่งตอนนั้นเองทำให้รู้ว่า "ปลั๊กมันคนละแบบกัน.." อะไร(วะ)เนี่ยยยยยยยยย
คิดในใจเลยว่า อะไรกันนักกันหนา มาถึงเดินลงไปขอ adaptor ก็เสียแรงเปล่าต้องขึ้นมารอในห้อง ได้มาก็ต่อไม่ได้ เน็ตก็ต่อไม่ได้ ต้องมานั่งแก้นานแสนนาน แล้วนี่ชั้นต้องโทรไปขออันใหม่อีกเรอะ!
สุดท้ายทำไงได้ ของต้องใช้เนอะ.. เลยโทรไปขอเค้าตอนเกือบๆหกโมงเช้า แล้วก็นั่งรอไปดิครับ รอไปเรื่อยๆ จนสลบไป..
ไม่ได้โทรหาเฮียด้วย เพราะตอนนั้นดูเวลาแล้วคิดว่า รออีกหน่อยดีกว่าเพราะเดี๋ยวจะถึงเวลาเฮียตื่นแล้ว ไม่อยากปลุกเค้ากลางทาง แต่กลายเป็นว่าเราเผลอหลับไปยาว ตื่นมาอีกทีเฮียถึงที่ทำงานพอดีเลย เซ็งจิต
สุดท้ายต้องเดินออกไปหา adaptor เอง.. ดักพนักงานทำความสะอาดหน้าห้องเนี่ยแหละ อธิบายให้เค้าฟังว่าที่ได้มามันใช้ไม่ได้ ขอเปลี่ยนแบบได้มั้ย พนักงานก็น่ารักมากไปหามาให้
ตั้งใจว่าจะสระผมก่อนลงไปกินอาหารเช้า แต่เพราะหาไดร์เป่าผมไม่เจอ.. ซึ่งจริงๆมันสมควรจะมีแต่ก็กลับไม่มี เราเลยแบบว่า เออ.. ลงไปกินข้าวโดยที่ไม่สระผมก็ได้(วะ)
 ก่อนลงไปกินข้าว
 น้องอั้ม.. มาจากอัมพวา ฮ่าๆๆๆ
 เอาปีกมาปิดตาได้ครับ
จริงๆเราหิวตั้งแต่เมื่อคืนละ แต่ดันหา room service menu ไม่เจอ.. ตอนนั้นนั่งคิดในใจจริงๆนะว่า "Once something goes wrong, everything happens to go wrong.." ให้มันได้อย่างงี้ดิ(วะ)
กินข้าวเสร็จ เดินขึ้นมาหาพนักงานทำความสะอาด บอกว่าในห้องเราไม่มี room service menu กับไดร์เป่าผม พนักงานก็น่ารักมากๆรีบไปหามาให้โดยด่วน แต่สำหรับเมนูเค้าถามเราว่า "เราไม่มีจริงๆเหรอ.."
เราก็บอกว่าไม่มีนะ ชั้นพยายามหาแล้ว เลยพาเค้าเข้ามาดูเพื่อความแน่ใจ เราก็ชี้ไปที่ directory of services ว่าอยู่ในนี้เหรอ ชั้นดูแล้วนะไม่มี พนักงานก็ชี้มาที่ปฏิทินตั้งโต๊ะ แล้วบอกว่า "เนี่ย.. เมนู"
 ชักอยากขโมบเมนูกลับบ้านละ ฮ่าๆๆ
เราทำหน้าเอ๋อไปพักนึง แล้วหยิบ(สิ่งที่เราคิดว่าเป็น)ปฏิทินนั้นขึ้นมาดู สรุปว่า.. มันคือเมนูจริงๆครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พนักงานรู้ทัน หันมาพูดกับเราว่า "ยูคิดว่ามันเป็นปฏิทินใช่มั้ย" ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แสดงว่าเราคงไม่ใช่คนแรกที่หาเมนูของที่นี่ไม่เจอ ฮ่าๆๆๆ ต้องยอมรับว่าดีไซน์เค้าล้ำจริงครับ ฮ่าๆๆๆ ทำเอาซะเรางงเลย ตอนนี้ชักเริ่มมีความคิดว่า อยากจะขอเมนูกลับไปดูเป็นที่ระทึกจริงๆ ฮ่าๆๆๆ
 สั่งมาจากปฏิทินเมนู
สำหรับวันที่ไม่ใช่วันของเราในวันนี้ ถามว่าหงุดหงิดมากมั้ย เราเฉยๆนะ เพราะเรารู้สึกว่า มันก็คงต้องมีกันบ้าง.. แล้วเราเองก็ทำงานอยู่ในเทือกนี้ ก็เข้าใจแหละว่า เค้าคงไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก ใครกันอยากที่จะสร้างปัญหาใส่ตัวเอง เราก็เลยขำออกมาเล็กๆแล้วก็คิดในใจว่า "It's just not my day today.."
...
นั่งเล่นเน็ตไปเรื่อยอยู่ในห้อง อยู่ๆก็รู้สึกว่า "เกิด" อยากจะโทรหาแม่!
เลยจัดการกด skype โทรไปหาแม่ทันที พอแม่รับโทรศัพท์ปุ๊บเราก็นี่เลยครับ
"Happy birthday to you.."
แม่เกิดอาการงงแล้วถามมาว่า "วันนี้วันเกิดใครเหรอ" เราก็ตอบไปว่า "ก็วัน เกิด อยากจะโทรหาแม่ไง!" ฮ่าๆๆๆๆๆ แม่หัวเราะใหญ่เลย แล้วก็บอกว่า "โหยยยย ขอก็อปไปเล่นบ้างได้มั้ยอะมุขนี้" ฮ่าๆๆๆ เราเลยบอกว่า ตามสบายไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ ฮ่าๆๆๆ
แล้วก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย แจ้งให้แม่ทราบถึงหมายกำหนดการณ์ที่จะออกจากที่นี่ แม่ก็บอกว่า "ก็อีกสามปีเนอะ.. แล้วจะแต่งงานก่อนออก หรือออกแล้วค่อยกลับมาแต่งล่ะ" เราก็บอกไปว่า "แต่งก่อนซิ ถ้าอีกสามปีหลังจากนี้ค่อยแต่ง เฮียแกคงไม่รอแล้ว" ฮ่าๆๆๆ
แล้วก็มีคำถามตามมาอีกเยอะแยะมากมาย แต่ที่ยอดฮิตเลยคือ "ออกจากแอร์แล้วจะทำอะไร.." ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ตอบตามตรงเลยนะ "ก็ยังไม่รู้ ยังคิดไม่ออก" ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จริงๆตอนที่ไม่มีเฮียเข้ามาในชีวิตเนี่ย เราก็มี่ภาพอนาคตของเราอยู่นะว่าเราอยากทำอะไร เพราะหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายแต่ไม่สาหัสมาบ้างเนี่ยก็เริ่มจะคิดว่า อาจจะต้องอยู่คนเดียว ฉะนั้นแผนอนาคตตอนนั้นที่มีก็มีแค่ พ่อ แม่ และเรา
ตอนนี้พอเฮียเข้ามาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด
บอกให้พี่จิวฟังว่าวันนี้คุยกับแม่ด้วย ก็บอกแม่ไปแล้วว่าปลายปี 2013 จะออกล่ะนะ พี่จิวก็ถามว่า "แล้วแม่ว่าไง" เราก็ตอบไปว่า "แม่ก็ถามว่า จะแต่งก่อนออกหรือออกก่อนแต่ง แล้วออกมาจะทำอะไร" พี่จิวเลยได้ทีถามมาบ้างเลยครับ.. "นั่นสิ แล้วที่รักออกมาจะทำอะไร"
นั่งคิดกันไปมาสองคนอยู่นาน ว่าจะเอาไงดี สุดท้ายเราเลยลงท้ายไว้ว่า "ที่รักเป็นคนเข้ามาทำให้แผนอนาคตน้องเปลี่ยน ฉะนั้นก็คิดให้ด้วยละกันว่าน้องควรออกไปแล้วทำอะไรดี ฮ่าๆๆๆ" พี่จิวงานเข้าเลยครับ ฮ่าๆๆๆ
แต่ออกไปคงไม่บินแล้วล่ะ แล้วจะให้ไปทำงานประจำนี่ก็ท่าทางจะยาก ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะ แต่คิดว่าคงไม่มีใครจะจ้างหรอก เพราะด้วยคุณสมบัติที่จำกัดมากขึ้น แล้วจะไปสู้เด็กเพิ่งจบใหม่ก็คงลำบาก พอคิดดูแล้วรู้สึกว่าน่าเครียดเหมือนกัน แต่ชีวิตคนเรามันก็มีเรื่องให้ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เหลือเวลาอีกสามปีให้ค่อยๆคิดไปละกัน
เล่าเรื่องที่เราโทรไปเล่นมุขกับแม่ให้เฮียฟัง เฮียแกบอกว่า "ที่รักเล่นมุขเดียวกับป๊าพี่เลย" เราก็หาาา ป๊าเคยเล่นมุขโทรไป Happy birthday เนี่ยนะ.. ฮ่าๆๆ
พี่จิวบอกว่า ไม่ใช่โทรศัพท์ แต่พอดีว่าวันนั้นไหล่อยากกินเค้กมากๆ ป๊าเลยโทรสั่งแล้วให้เค้าเขียนหน้าเค้กมาว่า "เนื่องในวันเกิด.. ที่ลูกสาวอยากจะกินเค้ก" ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ป๊าล่ะฮาจริงๆ ฮ่าๆๆๆ จะว่าไปมานั่งคิดย้อนไปถึงวันแรกที่เข้าบ้านเฮีย เฮียเล่นขู่ก่อนเข้าบ้านว่า "ป๊ากับม๊าพี่ดุมาก บอกไว้ก่อน" ไอ้เราก็เครียดสิครับ แต่พอไปถึงจริงๆ เราว่าป๊าฮาออก ซึ่งมุขนี้ยิ่งคอนเฟิร์มเข้าไปใหญ่ ว่าป๊าเป็นคนฮาจริง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
(เอาพ่อพี่จิวมานินทาอีกละ ฮ่าๆๆๆ)
จะว่าไปตอนคุยกับแม่ ก็เล่าให้แม่ฟังว่า ป๊าพี่จิวถามพี่จิวว่า เมื่อไหร่จะแต่ง แม่เราก็น่ารักมากๆ ถามเรากลับมาว่า "แต่งกับใครอะ เค้ารู้เหรอว่าจะแต่งกับใคร" โหยยยยยยยยยแม่ อะไรเนี่ย เราเลยบอกแม่ไปว่า "อ้าวววว จะกับใคร ถ้าไม่ใช่กับหนูอะ" ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แม่ก็บอกว่า "อะจ้า.."
คนอ่านอย่าเพิ่งหมั่นไส้ว่ามึงนี่ช่างมั่นใจไร้สติ มันแค่เป็นเรื่องจริงในตอนนี้ อนาคตเราก็ไม่รู้หรอกว่าจะเป็นไง แต่ถ้าตอนนี้ถ้าป๊าถามพี่จิวว่าเมื่อไหร่จะแต่ง มันก็ต้องหมายถึงเราอยู่แล้ว จริงป่ะล่ะ มันยังจะมีคนอื่นอีกเหรอ (ว่าไงที่รัก.. )
ว่าไปเพิ่งคิดได้..
ตอนที่คุยกับพี่จิวเมื่อตอนเย็นๆ เฮียถามว่าเราทำอะไรอยู่ เราก็บอกไปว่า เขียนได เฮียแกตอบกลับมาว่า "ดีๆ คนจะได้ไม่พูดถึงอายุพี่กัน" ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อารมณ์ว่าเฮียแกน้อยใจว่าตัวเองหน้าแก่ ฮ่าๆๆๆๆ เอาน่า แก่แต่เร้าใจ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (คนอ่านอย่าเพิ่งคิดว่าเราก๋ากั่นจนเกินไป ก็เเค่ให้กำลังใจเฮียแกนิดนึง ฮ่าๆๆๆๆ พูดกันให้ขำเล่นน้าาาา)
ปล. ขอให้ทุกคนสุขสันต์ในวันเกิดอยากจะเขียน.. ของเรา ฮ่าๆๆๆ
|