มีภาระแต่ไม่มีหน้าที่
ที่บอกว่า "มีภาระแต่ไม่มีหน้าที่" เพราะเราสแตนบายตลอดเลยช่วงนี้ (แล้วก็ไม่โดนเรียกไปบินตามความคาดหมาย) มีภาระที่ต้องนอนแหง่วอยู่บ้านออกไปไหนไกลไม่ได้ แต่ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องทำ คือวันๆนอนเบื่ออยู่บ้าน บริษัทจ่ายเงินเดือนให้มาอยู่เย้าเฝ้าโดฮา ดีจริงๆ
15th mar, 2010
เมื่อวานก็สแตนบายอีกเช่นเคย ไม่รู้ว่าจะมากั๊กกันทำไมครับพี่น้อง ก็ให้วันหยุดยาวเรามาซะก็หมดเรื่อง ไม่ใช่ว่าไม่ขอนะ เอาเหอะพูดแล้วเคือง!
นอนเล่นกลิ้งไปมาตั้งแต่เช้าเกิดอาการเบื่อมากถึงมากที่สุด โทรไปคุยกับแม่ก็แล้ว พูนท์ก็แล้ว อัปเดทชีวิตตัวเองให้แม่ฟัง บอกแม่ว่า "หนูจะเลิกซื้อเสื้อผ้า จนกว่าหนูจะหาแฟนใหม่ได้" แม่บอกว่า "ดีลูกเพราะเสื้อผ้าเต็มบ้านไปหมดแล้ว" (สำหรับเราถือว่าเยอะนะ แต่ถ้าเทียบกับสาวอื่นคงไม่เท่าไหร่) แต่ก็บอกแม่ว่า "เสื้อผ้านะ.. ไม่รวมรองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ" ฮ่าๆๆๆๆ
หลายคนบอกว่าจะทำได้เร้อออออ ก็ลองดู แต่เราก็ไม่ใช่กษัตริย์ ที่จะตรัสแล้วไม่คืนคำ ฮ่าๆๆ ฉะนั้นก็จะพยายามทำให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ละกัน แต่กฏหมายยังมีช่องโหว่แล้วภาษาอะไรกับคำพูดคน จริงมะ.. (ไม่ซื้อเอง แต่ไม่ได้บอกว่าถ้าคนซื้อให้เราจะไม่รับนิ ฮ่าๆๆ)
นั่งแชทกับพี่นุ่น เธอพูดหยั่งเชิงว่า "น้องจะเบื่อรึยังวิลาจิโอ้เนี่ย น้องไปบ่อยเกิน" ฮ่าๆๆๆๆ (รู้น้าาา ไม่ใช่ไม่รู้ ฮ่าๆๆๆ) เปิดมาซะขนาดนี้แสดงว่าเธอคงอยากไป เราก็บอกว่า "ไปดิ แต่ตอนบ่ายๆนะ" ก็โอเคว่าเธอจะมารับเราตอนบ่ายสาม
เพิ่งประกาศผ่านเฟสบุ๊คไปแหมบๆมีสถานการณ์มาให้ท้าทายละว่าจะอดใจได้มั้ยกับการชอปปิ้ง ฮ่าๆๆ
บ่ายสามพี่นุ่นตามเวลาโดฮา
คือการมากับเราเนี่ยเธอต้องสวยมา เพราะรู้ว่าต้องโดนเราถ่ายรูป ฮ่าๆๆ ดีมากค่ะ
 หน้าตาชวนฝันมากๆ ฮ่าๆๆ
 พี่นุ่นหน้าเด็กเนอะ
เราแต่งตัวดูเหมือนอากาศที่โดฮายังหนาวอยู่ แต่จริงๆแล้วไม่เลย ฮ่าๆๆ ข้างนอกอะร้อนแต่ในวิลาจิโอ้มันหนาว อีกอย่างเห่อผ้าพันคอด้วยเหอะ เล็งของ zara มานานแล้วลายนี้ แต่ราคามันบ้าเกินไปผ้าพันคออะไรผืนละพันกว่าซื้อไม่ลงฮะ พอดีเดินไปเจอของ H&M ลายเหมือนกัน แต่ราคาน่ารักกว่าเยอะ ซื้อทันทีโดยไม่ลังเล ฉะนั้นช่วงนี้คนจะเห็นเราผูกแต่ผืนนี้แหละ ฮ่าๆๆ
ไปถึงวิลาจิโอ้ก็เดินเล่นกันเลย เราเพิ่งปฏิญาณตนไปว่า "จะไม่ซื้อเสื้อผ้าจนกว่าจะมีแฟนใหม่" พอไปถึงแล้วอยากจะบ้า เพราะเสื้อผ้าน่ารักๆตรึม! ก็ห้ามใจได้นะ จนมาถึง zara แล้วอดไม่ได้ขอหยิบเข้าไปลองซักตัวเหอะ คือลองเฉยๆไม่ได้กะจะซื้อ แล้วเราก็ไม่ได้ซื้อฮะ
 ถ่ายในห้องลองเสื้อซะหน่อย
เป้าหมายของพี่นุ่นวันนี้คือซื้อคอนซีลเลอร์ เพื่อจะเอามากลบรอยคิ้วแตก เนื่องจากเธอกลัวไม่ได้กลับไทยไปหาบุคคลอันเป็นที่รักทั้งหลาย เรื่องเครื่องสำอางค์เนี่ยเราไม่มีความรู้จริงๆ เลยนั่งรอถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย แล้วเราก็ค้นพบว่า สถานที่ที่ถ่ายรูปมาแล้วสวยที่สุดในโดฮาคือ "ที่นั่งแต่งหน้าของร้าน MAC ที่วิลาจิโอ้" ฮ่าๆๆ ถ่ายออกมาแล้วแบบว่า ว๊าวววววว สวย! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 แสงเค้าดีจริง เริ่ดมากกกกกกก สวยเกินจริง!
 แอบถ่ายตอน she ลองคอนซีลเลอร์ หน้าจิกได้อีก
 ตอนถ่ายรูปเดี่ยวตัวเองเสร็จรีบบอกพี่นุ่น "พี่มาเร็วๆๆ แสงตรงนี้ถ่ายแล้วสวยมากกกก" ฮ่าๆๆ
 อีกซักใบจะเป็นไร ฮ่าๆๆ
พี่นุ่นแวะไปดู massimo dutti คือเสื้อผ้ามันเรียบหรูดูดีมากๆ เป็นยี่ห้อที่สาวกาตาร์หลายๆคนชอบ เอาเป็นว่าคนสนิทเราเนี่ยชอบเกือบทุกคนฮะ ไม่ว่าจะเป็นพี่นุ๊ก ฝ้าย ไอ้ pat
ส่วนเราอะเฉยๆ แต่เราชอบเข้าร้านนี้เพราะมันมีที่ให้นั่งรอ ฮ่าๆๆ ฉะนั้นระหว่างที่คุณๆเค้าเดินดูเสื้อผ้ากันเราก็นั่งเล่นไป
 สบาย สบ้ายยย
 ที่รักคะ งั้นงี้ ฮ่าๆๆ (แซวเล่นนะพี่ ฮ่าๆๆๆ)
จากนั้นก็ไปแวะนั่งกิน starbucks กันต่อ เราไม่ได้กินหรอก แต่พี่นุ่นเค้าอยากกิน ตอนนี้เราไม่ได้เป็นสาวกสตาร์บัคแล้ว แต่ถ้าเป็นที่โอซาก้ายังโอเคนะ เพราะชาเขียวปั่นเค้าอร่อยจริง ไม่ได้กระแดะแต่ถ้าใครได้ลองแล้วจะติดใจ เราอะเลิกกินที่เมืองไทยไปเลยฮะ ว่าไปก็คิดขึ้นได้เลยว่า ภัส (ที่รักของพี่นุ่น) อยู่ญี่ปุ่นพอดี ไปเม้นเฟสบุ๊คภัสดีกว่าว่าอย่าลืมลอง ฮ่าๆๆ
 หนุ่มหล่อเพิ่งเดินผ่านไป ฮ่าๆๆ (ล้อเล่นนนน ฮ่าๆๆ)
 วันนี้แซวพี่นุ่นเยอะไปละ พอๆ
ตอนนี้สำหรับเราเป็นสาวกของ paul ขนมเค้าอร่อยจริงไม่หวานมาก (แต่ชาไม่ได้เรื่อง) กินแล้วแบบว่ามีความสุข ฮ่าๆๆ แล้วก็ชีสเค้กของ KFC เอามากินกับไวน์นะ.. คงสุขไม่ใช่น้อย ฮ่าๆๆๆ
นั่งเล่นสตาร์บัคเสร็จก็ออกเดินทางไปไทยสแน็ค เพราะเราหิวข้าวแล้วววว ตอนนี้สมองเริ่มไม่สั่งการ
ไปถึงก็สั่งๆ เมนูก็เดิมๆไม่มีอะไรแปลกใหม่ อาหารมาไม่มีการถ่ายรูปแต่อย่างใด เพราะเวลาเราหิวไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้นฮะ กินเสร็จก็นั่งคุยกันไปเรื่อยอะ เรื่องสมัยเด็ก เรื่องงาน เรื่องต่างๆมากมาย หัวเราะกันสนุกสนาน นั่งกันตั้งแต่ไม่มีคนยันคนเต็มร้าน เวลาผ่านไปเร็วมากๆ จนเกือบสองทุ่มก็แยกย้ายกันกลับ
ทั้งพี่นุ่นกับเราต่างคนต่างเดินกลับบ้านทั้งคู่ เวลาเดินคนเดียวรู้สึกว่า "ทำไมมันไกลจังวะ" ก็เลยหยิบโทรศัพท์มาโทรหาพี่นุ่นกับไอ้ pat แต่ไม่มีใครรับซักคน แล้วแบตโทรศัพท์เราก็หมดพอดี ฮ่าๆๆ
ถึงบ้านก็กะว่าจะมานั่งเขียนได แต่พอเปิดเฟสบุ๊คไปเจอเพลงที่ไอ้เบญโพสไว้ของเฉลียงเราฟังแล้วเกิดชอบขึ้นมา เลยว่าเอาลงไดดีกว่า แต่ครั้นจะเขียนไดเรื่องที่ออกไปกับพี่นุ่นวันนี้แล้วเอาเพลงของเฉลียงมาประกอบก็นะ.. มันไม่เข้ากันอย่างแรง (ไม่เชื่อลองเปิดไดเราหน้าที่แล้วอีกหน้าต่างนึง แล้วนั่งอ่านไดเราหน้านี้นะ.. ฮ่าๆๆ โคตรไม่ได้อารมณ์เลย)
แล้วนุ่นก็มาโพสในเฟสบุ๊คว่ามีลูกค้ามันซึ่งเป็นแฟนไดเรา หลังจากที่สั่งสินค้าเสร็จก็มีการคุยเรื่องเราต่อว่าอินกับเรื่องราวชีวิตเรามากๆ ฮ่าๆๆ สงสัยมันเหมือนละครหลังข่าวล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ (เน่าดิถ้างั้น ฮ่าๆๆ)
คุยกับนุ่นแล้วดีใจกับเพื่อนที่ร้านเสื้อผ้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีคนถามเกี่ยวกับร้านเราบ้างเหมือนกัน จริงๆเวบก็เสร็จแล้วนะแต่ยังไม่อยากเปิดอะ ฮ่าๆๆ ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์ อีกอย่างตั้งแต่เป็นซะเอสเนี่ย ตารางมันไม่ได้สั่งได้เหมือนใจคิด จะแลกก็ยาก ฉะนั้นของที่จะเอามาขายก็ลำบาก ไม่ค่อยมีความแน่นอนในชีวิตจริงๆ ไม่อยากเปิดแล้วไม่สนใจดูแล รอให้อะไรมันเข้าที่กว่านี้ก่อนคงจะดีกว่า
ตอนนี้โคตรอยากพักร้อนเลย เลิกซื้อเสื้อผ้าเก็บตังค์ไปเที่ยวแทน!
ปล. samsung st 550 ค่ะเผื่อมีคนอยากรู้ว่าใช้กล้องอะไร ปล. ถ้าสายการบินเราเปลี่ยนยูนิฟอร์มเป็นเหมือนใน mv นี้นะรับรอง... ไฟลท์คงเต็มทุกไฟลท์แน่ ฮ่าๆๆ
|